สิวอักเสบ เป็นสิวที่ทุกคนไม่อยากเจอ เพราะนอกจากมันจะเจ็บแล้ว ยังใช้เวลาในการรักษานานอีกด้วย ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆรอสุกจนบีบได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ยังไม่รวมว่ามีหนองแล้วไปกัดทำลายเซลล์ผิวบนหน้าอีกนะครับ
เพราะฉะนั้นการรักษาสิวอักเสบต้องเข้าด่วนๆ มีอยู่ 2 ทางเลือกด้วยกันครับ
- ฉีดสิว
- ทายาแต้มสิว
แล้วแบบไหนดีกว่ากัน?
สิวอักเสบรักษาแบบไหนดี?
ต้องบอกว่าทั้งสองอย่างดูเหมือนจะคล้ายกันแต่แตกต่างกันพอสมควรครับ ขอเริ่มที่ฉีดสิวก่อนเลยแล้วกัน
ฉีดสิวอักเสบดีไหม?
ถ้าเม็ดใหญ่ และ เจ็บมากต้องบอกว่า “ดี” ครับ เพราะกว่าจะหายใช้เวลา 2-3 อาทิตย์แน่นอน แต่ต้องรู้ก่อนว่า การฉีดสิว ช่วยให้ “สิวยุบ” เท่านั้น ไม่ได้เข้าไปฆ่าเชื้อสิวโดยตรงนะครับ บางคลีนิกอาจจะมีใส่ยาเข้าไปเพิ่มบ้าง แต่มันไม่ได้ฆ่าแบบ 100% สิวหายไปเลย เพียงแต่จะช่วยลดการอักเสบเท่านั้นครับ
สิวจะยุบ และ ไม่เจ็บภายใน 1-2 วัน แต่ยังต้องมีการทายา หรือ ถ้ามีจังหวะที่หัวสิวเหมือนจะหลุดก็ต้องเอาหัวสิวออกอยู่ครับ ไม่งั้นก็อาจจะวนกลับมาขึ้นที่เดิม หรือ ขึ้นข้างๆกันแบบที่หลายคนเป็น
แล้วทายาล่ะต่างกันยังไง?
สำหรับใครที่เลือกทายา บอกเลยว่า “ช้ากว่าแน่นอน” และมีสิทธิ์อักเสบมากขึ้นจากฤทธิ์ของยาครับ เนื่องจากการรักษาสิวอักเสบจำเป็นต้องผลัดเซลล์ผิวไปเรื่อยๆ บวกกับรอให้สิวสามารถกดได้ เวลามันจะประจวบเหมาะกับพอดีครับ
เช่น ผลัดเซลล์ผิวจนสามารถบีบได้แล้ว ตัวหนอง หรือหัวสิวก็จะออกมาพอดี เพราะ ถ้ามีหนองหรือหัวสิว แต่เซลล์ผิวเรามันยังหนาอยู่บีบยังไงก็บีบไม่ออกครับ
การทายาจะต่างกันที่ตรง “บีบ” นี่แหละครับ การบีบแล้วเอาหนองออกมาหมด เอาหัวสิวออกมาได้หมด จะไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดซ้ำๆที่เดิม หรือขึ้นข้างๆครับ ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บ และ ความสวยหล่อที่หายไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ครับ
การรักษาสิวอักเสบที่แนะนำ
แนะนำว่าให้ทำการรักษาควบคู่กันไปทั้ง 2 วิธีครับ
- ทั้งฉีดสิว
- และกลับมาทาครีมแต้มสิว
เพราะอย่างที่บอกไปว่าฉีดสิว หัวสิวมันยังไม่ตายครับ ต้องเอาหัวสิวออก หรือเอาหนองออกก่อนไม่งั้นมันจะเกิดขึ้นซ้ำได้ไม่วันใดก็วันหนึ่งครับ
ยาแต้มสิวที่แนะนำ
ชื่อยา | สรรพคุณ | ข้อควรระวัง |
Clindamycin | ฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ | ใช้เฉพาะจุด เช้า-เย็น |
Benzoyl Peroxide (BPO) | ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ละลายหัวสิว | อาจแสบ ควรเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำ (2.5%) |
Adapalene (Epiduo) | ผลัดเซลล์ ลดอุดตัน ลดอักเสบ | ใช้ก่อนนอน อาจระคายช่วงแรก |
Salicylic Acid | ละลายสิวอุดตัน ลดอักเสบเบา ๆ | หลีกเลี่ยงถ้าแพ้กรด BHA |
อย่าลืมปรับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดสิวด้วย
- นอนให้พอ (7–8 ชม./คืน) – นอนดึกกระตุ้นฮอร์โมนและสิว
- ลดอาหารน้ำตาลสูง, ของมัน, ของทอด
- อย่าจับหน้า บีบสิว แกะเกา – จะทำให้สิวอักเสบมากขึ้นหรือทิ้งรอยดำ
- ใช้ แผ่นแปะสิว ช่วยป้องกันการแกะ/ติดเชื้อ
- ล้างปลอกหมอน สายมือถือ หน้ากากอนามัยบ่อย ๆ
- อย่าเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยเกินไป – ต้องให้เวลายาออกฤทธิ์ 2–4 สัปดาห์
เท่านี้การรักษาสิวก็จะไม่ยากอีกต่อไปครับ แต่อาจจะต้องใช้เงินเยอะขึ้น ใครที่ยังไม่มีเหลือ สามารถเข้ามาหาเงินจากหวยไวได้นะครับ อย่าลืมเล่นกับผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายด้วยนะครับ ถ้าไม่รู้ที่ไหนดี แนะนำที่ Global Lotto ครับ มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จากอังกฤษ และ อเมริกา ครับ